วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เทคนิค เดาข้อสอบอย่างไรให้ผ่านฉลุย

  


เข้าใกล้ช่วงเทศกาลสอบกันอีกแล้ว เชื่อแน่เลยว่าน้อง ๆ หลายคนคงกำลังเตรียมตัวอ่านหนังสือกันอย่างขะมักเขม้น เพื่อให้ได้เข้ามหาวิทยาลัยที่น้อง ๆ หวังกันอยู่แน่เลยใช่ใหมคะ ซึ่งแต่ละคนก็คงมีเทคนิคการอ่านและจดจำที่แตกต่างกันไปแน่นอน 
          แต่ถึงจะอ่านมาดียังไง เวลาเข้าห้องสอบ ก็อาจมีบ้างที่ทำไม่ได้หรือไม่มั่นใจว่าจะเลือกคำตอบข้อไหนเป็นธรรมดา แล้วจะมีวิธีไหนบ้างล่ะที่ทำให้เราสามารถทำข้อสอบเหล่านั้นได้  หนึ่งทางเลือก (เกือบ) สุดท้ายของโจทย์แสนยากที่หลายคนเลือกใช้คงเป็น "การเดา" ใช่มั้ยคะ แต่วิธีการเดาอย่างมีชั้นเชิง เดาให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุดเป็นอย่างไรนั้น
          โดยทั่วไป การเดาข้อสอบที่นิยมทำกันมีอยู่ 3 วิธี คือ

           เลือกกาข้อเดียวกันทั้งหมด วิธีนี้ถือว่าปลอดภัยที่สุด เพราะถึงยังไงก็ได้คะแนนชัวร์ แต่ก็มีโอกาสน้อยมาก ที่ได้คะแนนอยู่ในอันดับสูง ๆ

           เลือกกาเป็นลวดลายสวยงาม วิธีนี้เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยทำกันมาบ้างในเวลาที่ไม่รู้จะเลือกข้อไหนดี ถือว่าเป็นหนึ่งวิธีที่ทำให้กระดาษคำตอบของเราดูสวยต่างจากคนอื่น แต่โอกาสที่จะถูกนั้นแทบจะไม่มีเลย

           เลือกกาแบบมั่ว ๆ สุ่มสี่สุ่มห้า วิธีนี้พูดง่าย ๆ ว่าโอกาสถูกแทบจะไม่มีเอาซะเลย หรือเป็นไปไม่ได้ที่จะได้คะแนนอยู่ในเกณฑ์ผ่านเลยนั่นเอง

          การเดาข้อสอบที่กล่าวมานั้นถือว่ามีเปอร์เซ็นต์ถูกค่อนข้างน้อยมาก เพราะไม่มีหลักการใด ๆ เลย เรียกว่าเป็นการทำข้อสอบแบบเสี่ยงดวงจริง ๆ  ดังนั้นถ้าคิดจะเดาละก็ ต้องมีหลักการเข้าช่วยนิดนึงนะคะถึงจะได้มีลุ้นคะแนนบ้าง เริ่มต้นด้วย

           เริ่มทำข้อที่เรามั่นใจว่าทำได้ก่อน โดยเว้นข้อที่ทำไม่ได้เอาไว้ทีหลัง

           วกกลับมาทำข้อที่เว้นว่าง โดยตัดตัวเลือกที่คิดว่าไม่ใช่ออกให้เหลือตัวเลือกแค่ 2 ข้อสุดท้าย  และเริ่มทำในข้อต่อไป

           กลับมาทำข้อที่เราตัดไว้เหลือ 2 ตัวเลือก หากตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจะเลือกตอบข้อไหน ขอให้น้องๆ เชื่อความรู้สึกและการตัดสินใจครั้งแรกของตัวเอง เพราะคำตอบที่คิดไว้ในใจในครั้งแรกนั้น มักเป็นคำตอบที่เราประมวลเหตุผลได้ครบถ้วนที่สุดแล้ว เลือกคำตอบที่ใจคิดว่า 'ใช่' และ 'ชอบ' แล้วกาลงไปในกระดาษคำตอบเลยค่ะ (ณ จุดนี้ ไหน ๆ เราก็ไม่รู้ว่าข้อไหนจะถูก ก็เลือกข้อที่เราชอบดีกว่า ยิ่งลังเล โอกาสถูกก็ยิ่งจะน้อยลง แถมถ้าเลือกคำตอบที่ยังมีความรู้สึกลังเลใจ หากกลับมาคิดย้อนหลัง เราก็จะมามัวเสียใจว่า ทำไมไปเลือกคำตอบแบบนั้นไปได้นะ) 

          แต่อย่างไรก็ตาม การเดาข้อสอบก็ไม่สามารถช่วยให้สอบผ่านได้ 100% นะคะ หากไม่หมั่นทบทวน ทำความเข้าใจกับการอ่านหนังสือสอบอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นก่อนสอบทุกครั้ง เราก็ควรมุ่งมั่นขยันอ่านหนังสือตั้งใจเรียนให้มากที่สุดเพื่อที่จะประสบผลสำเร็จในการศึกษานะ

วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เตรีมตัวสอบสัมภาษณ์



สวัสดีค่ะน้องๆ เด็กแอดฯทุกคน วันนี้เราจะมาเจาะลึกการสอบสัมภาษณ์ในสนามแอดมิชชั่นกันค่ะ เพื่อให้น้องๆ เตรียมตัวให้พร้อม ทั้งคำถาม บุคลิก ลักษณะการตอบ และการเอาตัวรอดถ้าเจอคำถามชวนอึ้ง ทึ่ง เสียว ทั้งหมดนี้ จะมาเจาะลึกกันที่นี้ พร้อมแล้วไปกันเลยค่ะ
เจาะลึก!! เทคนิคสัมภาษณ์แอดฯกลาง 57 (ไม่ให้ตกสัมภาษณ์)
            เริ่มกันตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านเลยแล้วกันค่ะ ก่อนจะออกจากบ้านรีเชคตัวเองกันซะหน่อยว่าลืมของอะไรรึเปล่า เพราะช่วงนาทีเร่งด่วนยามเช้า โดยเฉพาะวันสัมภาษณ์นั้น มหาวิทยาลัยและสถาบันที่ทำการสอบสัมภาษณ์ รถติดและคนมหาศาลแน่ๆ ค่ะ ไม่อยากเสียเวลาจนอาจจะทำให้เสียโอกาสก็เชคอุปกรณ์กันให้ครบ หลักๆ มีดังนี้ค่ะ
  • เอกสารที่ทางมหาวิทยาลัยหรือสถาบันต้องการ เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาระเบียนการศึกษา สำเนาประกาศนียบัตรทางการศึกษา สำเนาเอกสารการเปลี่ยนชื่อ – สกุล ฯลฯ หรือเอกสารที่เป็นตัวจริงต่างๆ เตรียมไว้ให้พร้อมนะคะ เราไม่รู้ว่าที่ที่เราจะไป มีเครื่องอำนวยความสะดวกมากน้อยแค่ไหน เตรียมไปให้ครบดีที่สุด
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • รูปถ่าย
  • ผลงาน/ แฟ้มแสดงผลงาน
  • เครื่องแต่งกาย
  • อุปกรณ์เครื่องเขียน ปากกา ดินสอ ยางลบ ไม่บรรทัด ลิคิวดเปเปอร์ ฯลฯ ห้ามลืมๆ
เจาะลึก!! เทคนิคสัมภาษณ์แอดฯกลาง 57 (ไม่ให้ตกสัมภาษณ์)
            ความประทับใจเริ่มต้นตั้งแต่วินาทีแรกของการเจอกันจริงมั้ยค่ะ อย่าลืม “สติ” ค่ะ จะได้พร้อมกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น แล้วก็มั่นใจเดินเข้าไปเลยค่ะ ความมั่นใจแสดงออกได้ด้วยท่าทางและบุคลิค  การแสดงออกทางแววตา และรอยยิ้มตั้งแต่แรกที่เข้าไปสำคัญมาค่ะ ยิ้มเข้าไว้นะ
  • การนั่งสัมภาษณ์
            เมื่อเดินเข้ามาแล้ว อย่าลืมยกมือไหว้ท่านกรรมการทุกท่าน ถ้ากรรมการไม่เชิญให้นั่งแต่มีเก้าอี้สำหรับนั่ง ก็ขออนุญาตแล้วก็นั่ง พร้อมกล่าวขอบคุณ แล้วก็เริ่มการสัมภาษณ์ได้เลย อ่อ อย่าลืม นั่งตัวตรงด้วยนะคะ บุคลิค ท่องไว้ๆ
  • การยืนสัมภาษณ์
            คล้ายๆ กับนั่งแหละค่ะ เพียงแต่ต้องจัดระเบียบท่ายืนตัวเองมากกว่าค่ะ เพราะกรรมการเห็นเราทั้งตัว ดังนั้น การยืนต้องเก็บมือ ยืนตัวตรง มั่นใจเข้าไว้นะจ๊ะ ยกมือไหว้กรรมการ แล้วก็เริ่มการตอบคำถามเลย
 
เจาะลึก!! เทคนิคสัมภาษณ์แอดฯกลาง 57 (ไม่ให้ตกสัมภาษณ์)
            เนื่องจากต้องเจอคำถามที่ไม่ทราบล่วงหน้า ดังนั้น พี่เมษ์ขอยกตัวอย่างคำถามสุดฮิต ที่คิดว่าต้องเจอแน่ๆในห้องสอบสัมภาณ์มาให้น้องๆได้ซักซ้อมสำหรับเตรียมตัวเผื่อเอาไว้ก่อนสัมภาษณ์ จะได้คิดไว้ล่วงหน้าว่าจะตอบอะไร

  • แนะนำตัว
            เป็นสิ่งแรกที่กรรมการถามแน่ๆ น้องๆก็แนะนำทั่วไปเลยค่ะ ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น โรงเรียน กิจกรรมที่เคยเข้าร่วม(เพื่อแสดงความสามารถไง เอาเด่นแบบ ฟังปุ๊บ อุ๊ย เด็กคนนี้น่าสนใจจัง) ประมาณนี้แหละค่ะ
  • เคยทำกิจกรรมบ้างหรือไม่ เป็นอย่างไรบ้าง
            เป็นอีกหนึ่งคำถามที่อาจจะเจอภในห้องสอบสัมภาษณ์ เพื่อให้น้องๆ แสดงความโดดเด่น เด้งป๊อป ถ้าน้องๆ ไม่ใช่คนที่ทำกิจกรรมเยอะๆ ต้องเตรียมตัวสำหรับคำถามนี้แล้วล่ะ อาจจะใช้คำว่าเคยเข้าร่วมกิจกรรมอะไรมาบ้าง เพื่อตอบคำถามนี้ค่ะ
  • อันดับที่เท่าไหร่มีความหมาย
            ถ้าเป็นการติดในคณะอันดับ 1 ที่น้องเลือก การตอบคำถาม คงไม่ยากเกินไป แต่ถ้าน้องๆ ไม่ได้เลือกคณะนี้เอาไว้เป็นอันดับ 1 ก็ต้องหาคำตอบว่า ทำไมถึงเลือกคณะนี้เอาไว้ด้วย โดยเฉพาะ ถ้าเป็นคณะที่แตกต่างออกมา เช่น ใน 4 อันดับ เลือกนิเทศฯ ไปซะ 3 แล้วดันไปติดในคณะบัญชีฯ ที่แตกต่างออกมา ต้องเตรียมคำตอบให้ดีนะว่าเพราะอะไร
  • ชอบคณะนี้ตรงไหน  / ทำไมถึงอยากเรียนคณะนี้
            ทุกๆ อันดับที่น้องเลือกมีเหตุของการเลือกแต่ต้องเตรียมคำตอบให้สั้น กระชับและน่าสนใจ เช่น ถ้าเลือกครุศาสตร์ อย่าตอบแค่ว่าอยากเป็นครูนะคะ ควรอธิบายคำตอบด้วย เช่น คิดว่าเรื่องการศึกษาเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนา การเรียนจบจากคณะนี้จึงเหมือนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและเยาวชน ,,, ดูนางงามนะคะ แต่ จำเป็น!
  • รู้ไหมว่าคณะนี้เรียนเกี่ยวกับอะไร
            เป็นคำถามที่อาจจะเจอในการสอบสัมภาษณ์ ดังนั้น เมื่อประกาศผลแล้ว อย่างแรกที่ควรทำคือเข้าเว็บไซต์ของคณะ ดูหลักสูตรที่น้องๆเข้าไปเรียน เพื่อจะได้บอกว่า ทราบมาว่ามีการเรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง และจะดีแค่ไหนนะที่น้องๆบอกว่าสนใจวิชาไหนเป็นพิเศษ แป็นการแสดงความสนใจ ใส่ใจ และตั้งใจที่จะเรียนในคณะนี้ สาขานี้จริงๆ
  • ทำไมถึงเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้
            เป็นคำถามเชคทัศนะคติที่มีเกี่ยวกับสถาบัน ความคาดหวังคำตอบย่อมอยากได้ยินทางบวกค่ะ ดังนั้น ตอบให้แสดงถึงความภาคภูมิใจที่มีต่อสถาบัน แต่ต้องดูไม่เฟคนะคะ ตอบให้ดีค่ะ
  • คิดว่าทำไมถึงควรได้รับการรับเลือก / หากไม่ให้ผ่าน จะเป็นอย่างไร
            ถึงจะเป็นการสัมภาษณ์ที่ไม่มีการปรับตก (ยกเว้นกรณีที่คุณสมบัติไม่ครบ) คำถามนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ค่ะ เพื่อดูการตอบของน้องๆ ขอบอกเลยว่า ถ้าเจอคำถามกดดันแบบนี้ ขอให้ยิ้มก่อน เพื่อเบรคเกม และแสดงให้รู้ว่า เราพร้อมจะตอบคำถาม แล้วก็ค่อยๆตอบค่ะ อย่าใช้อารมณ์เหวี่ยงเด็ดขาด อ่อ อย่าลืมแสดงให้เห้นด้วยว่า เราเตรียมพร้อม ถ้าไม่ผ่านก็มีแผนสำรองนะคะ
  • เรียนหนักนะ จะเรียนไหวเหรอ
                ต้องใช้ไหวพริบตอบนะคะ ตอบได้สองทางคือ 1. มั่นใจ เพราะชอบมาก หรือเป็นคนตั้งใจมาก (ถึงปกติจะไม่ตั้งใจก็เถอะ 55 ) กับ 2. ยังไม่มั่นใจมาก แต่เชื่อว่าตนเองมีความพยายามมากพอ แต่คำตอบ ไม่ว่าจะตอบอย่างไร แนวไหน ก้ขอให้บอกด้วยว่า จะเรียนได้แน่นอน
  • มีอะไรจะถามรึเปล่า
            อาจจะแสดงความสนใจเพิ่มเติม เช่น คณะนี้มีเรียนเป็นภาษาอังกฤษเยอะหรือเปล่า , มีหนังสือ หรือเอกสารอะไรที่เหมาะสำหรับเตรียมตัวแนะนำให้อ่านก่อนเข้าเรียนหรือไม่ ,  มีคำแนะนำสำหรับการเรียนในรายวิชาไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า ฯลฯ ซึ่งแปลความได้ว่า น้องตั้งใจ และใส่ใจเรียนมากจริงๆนะ >///<
  • Portfolio จำเป็นหรือไม่?
            ถ้าเป็นการรับตรง จำเป็นแน่นอน แต่นี่สนามสอบแอดมิชชั่นกลางแล้ว ไม่มีก็ได้ค่ะ แต่ถ้ามีก็เป็นการแสดงความโดดเด่น และมีเรื่องให้พูดคุยกับกรรมการสอบสัมภาษณ์มากขึ้นค่ะ
  • เจอคำถามที่ตอบไม่ได้ / ไม่รู้
            เมื่อไม่รู้แต่ต้องตอบ ทักษะการเอาตัวรอกดและคุมสติต้องมาค่ะ!! ขอให้ตั้งสติ แล้วบอกไปเลยว่า ยังไม่แน่ใจ แต่หากได้เป้นนิสิต หรือนักศึกษาของที่นี่ จะรีบหาคำตอบมาให้ค่ะ แล้วอย่าลืมหาคำตอบด้วยนะคะ ถ้าเจออาจารย์ที่เป็นกรรมการครั้งต่อไป ก็อย่าลืมตอบท่านด้วยล่ะ
 
เจาะลึก!! เทคนิคสัมภาษณ์แอดฯกลาง 57 (ไม่ให้ตกสัมภาษณ์)
            ขอเตือนจุดที่พลาดกันบ่อยๆ เลยดีกว่าค่ะ เอาทีละข้อแบบจะๆ เน้นๆ เคลียร์ๆ เลยนะคะ ขอร้องกันแบบตรงๆ ขอให้น้องๆ....
  • ไม่ออกอาการแร๊ง : ออกอาการแร๊งเกินไป มั่นไปก็ดูไม่มีมารยาท และดูเกินเด็กนะคะ ต้องเบรคอย่างด่วน ถึงปกติจะแร๊ง ก็ขอร้องให้ซอฟท์ลงไว้สัก 1 วัน
  • มั่นใจ แต่อ่อนน้อม : ไม่แรงแล้ว แต่ก็ไม่ใช่นุ่มนิ่มจนไม่มีความมั่นใจ ความมั่นจงคงไว้นะคะ แต่อ่อนน้อมลง ทำตัวน่ารักสมวัยนั่นเองค่ะ
  • แจกรอยยิ้มจริงใจ : ยิ้มจากปาก กับยิ้มจากใจต่างกัน แต่ถ้าตื่นเต้นมากๆ จนยิ้มแล้วดูฝืน จะแนะทริคให้ เค้าบอกว่าตาคือหน้าต่างของหัวใจ ดังนั้น ยิ้มแล้มทำตาหยีสระอิไปเลยค่ะจะได้ปิดบังแววตาตื่นเต้น หรือให้คิดในใจว่า “อะฮิ” เหมือนหัวเราะ จะได้ยิ้มแล้วดูจริงใจ
  • สบตากรรมการ : เคยคุยกับใครแล้วเค้าไม่ยอมสบตาเรามั้ยค่ะ เราจะรู้สึกยังไง ก็เหมือนกันแหละค่ะ การสบตา ทำให้กรรมการเห็นพลัง และความมั่นใจ ใช้สายตาให้เป็นประโยชน์ เข้าไว้ จะเรียกว่าจิกตาก็ได้ แต่เป็นการจิกอย่างเป็นมิตรนะ
  • จัดการท่ายืน ท่านั่ง ท่าเดิน นางงามเอาไว้ : สมมติว่าเดินเข้าไปในคณะ ยิ้มเข้าไว้ค่ะ เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าไหนรุ่นพี่ ไหนผู้บริหาร ไหนอาจารย์ การแจกยิ้มทำให้ดูเป็นคนน่าคุยด้วย น่าเข้าหา ท่าเดิน ท่ายืน ท่านั่ง สำรวมค่ะ ท่องว่าวันนี้ รับบทเป็นนางงาม เป็นนายงามกันสักหนึ่งวัน เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่าตอนที่เราทำอะไรแย่ๆ ใครจ้องเราอยู่บ้าง
  • การแต่งกาย : สังคมอาจจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ตามแฟชั่น แต่ขอร้องว่า ชุดนักเรียน เรียบร้อย เป็นชุดที่ขลังดูแล้วมีสง่า ภูมิใจในโรงเรียนของตัวเองเถอะค่ะ คงมีอีกไม่กี่ครั้งที่น้องๆ จะได้ใช้ชุดนี้ ขอให้แต่งตัวให้เรียบร้อยเข้าไว้นะคะ ส่วนรายการเจาะหูหลายรู เจาะจมูก แต่งหน้าจัด รออีกสักนิดนึงนะ เดี๋ยวได้ปลดปล่อยเต็มที่แน่นอน อดใจนิดนึง

            เอาเป็นว่า ทั้งหมดนี้ น่าจะครอบคลุมการสอบสัมภาษณ์สำหรับน้องๆแล้ว ที่เหลือก็แค่ฝึกซ้อมค่ะ การสอบสัมภาษณ์เป็นอีกหนึ่งบทเรียนของน้องๆ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเตรียมตัวทั้งบุคลิก ท่าทาง เอกสาร และคำถาม หวังว่าน้องๆคงใช้เวลาที่มีอยู่หลังประกาศผล ดีใจ และเตรียมตัวให้พร้อมนะคะ ,,, ขอให้โชคดีค่ะทุกคน 

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ประชาสัมพันธ์จากงานแนะแนว

แนะแนวระบบ รับตรง,Clearing House,Admissions 2557,2558

มันสอบยังไง สอบตรงเมื่อไร  Clearing House  คืออะไร    7 วิชาสามัญคืออะไร !!??
เรามารู้จักกับระบบ คัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาประจำปีการศึกษาของไทย 2558 กันเลยจ้า


เมื่อเข้าชั้น ม.6 หรือเด็กจะซิ่ว โดยน้องๆจะต้องพบกับการสอบคัดเลือก ดังนี้
1 สอบ รับตรง โควตา  : เป็นการจัดสอบตรงเองโดยมหาวิทยาลัย รายละเอียดต่างมหาวิทยาลัยจะเป็นคนกำหนดเองจ้า ว่าต้องสอบวิชาอะไรบ้างช่วงไหนบ้างแต่ละมหาวิทยาลัยจะเป็นคนกำหนดเอง  
2
สอบ 7 วิชาสามัญ  : เป็นการจัดสอบโดยสทศ ทั้งหมด 7 วิชาได้แก่ ไทย สังคม อังกฤษ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ  โดยคะแนนสามารถใช้ได้แค่ปีนั้น ๆ ไม่สามารถเก็บไปใช้ปีอื่นได้จ้า  สอบช่วงเดือน มกราคมของทุกปี
3
สอบ  GAT-PAT  : จัดสอบโดยสทศ ปีละ 2 ครั้ง  คะแนนสามารถเก็บไว้ได้ 2 ปี 
4
สอบ  O-NET : จัดสอบ ปีละ 1 ครั้ง เดือน กุมภาพันธ์ของทุกปี สอบได้ครั้งเดียวตลอดชีวิต นำคะแนนไปใช้ได้ตลอดกาล


ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาประจำปีการศึกษา 2558 หลัก ๆ จะมี 2 วิธีดังนี้
 รับตรง โควตา โดยใช้ผลของคะแนน สอบตรง โควตา + 7 วิชาสามัญ + GAT-PAT + O-NET + GPAX  ตามเกณฑ์ของแต่ละสถานบันกำหนด  ปีการศึกษา 58 นี้ระบบรับตรงยังมีแน่นอนนะครับ แต่ผู้ใหญ่กำลังคุยกันอยู่ว่าจะพยายามทำให้รับตรงของทุกมหาวิทยาลัยอยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน  อีกทั้งยังจะลดการสอบลง โดยจะหันไปใช้คะแนน GAT/PAT วิชาสามัญ ให้มากขึ้น
 Admsisions
กลาง โดยใช้ผลของคะแนน  GAT-PAT + O-NET + GPAX   ( ไม่ใช้วิชาสามัญ 7 วิชานะครับ  และ Admissions กลาง GPAX ที่นำมาคิดจะไม่ใช้ O-NET มาถ่วงน้ำหนักจ้า )
รับตรงของแต่ละสถาบันจะเป็นคนกำหนดสัดส่วนการใช้คะแนนนะครับ เช่น
มศว อาจจะสอบตรง 100 %
จุฬา คณะวิศวะใช้  GPAX+ GAT+ PAT1 + PAT3
จุฬา คณะอักษรศษสตร์  GPAX +PAT7 + 7 วิชาสามัญ :ไทย สังคม อังกฤษ
มหิดล  7 วิชาสามัญ : ไทย สังคม อังกฤษ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ
อันนี้เป็นตัวอย่างนะครับ เวลาสมัครก็ให้เราไปอ่านระเบียบการของแต่ละสถาบัน แต่ละคณะว่าใช้เกณฑ์คะแนนอะไรบ้างในการคัดเลือก แล้วเราจะได้ลงสอบ วิชานั้น ๆ  ไม่จำเป็นต้องสอบทุกวิชา


ปฎิทิน Admissions  2558
ปฎิทิน ของปีการศึกษา 58 ยังไม่ออกนะครับแต่ผมขอนำมาจากปี 57

วิชาสามัญ             ต้นมกราคม  58
GAT/PAT 1/58    
ปลาย มกราคม 58
ONET                  
กุมภาพันธ์ 58
GAT/PAT 2/58    
ปลายเมษายน 58
รับแอดกลาง            มิถุนายน




ระบบ  Clearing House 
หลังจากได้ดูกราฟแล้วหลายคนอาจจะงง ๆ นิด ๆ แต่สรุป คือ ระบบ Clearing house  คือระบบยืนยันสิทธ์รับตรง  เช่น  นาย A สอบติดทั้ง จุฬา มหิดล ธรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ เชียงใหม่ ขอนแก่น ศิลปากร มศว   โอ๋ บระเจ้าช่วยกล้วยทอด  นาย A สอบตั้งหลายมหาวิทยาลัย แนะสุดยอดไปเลย  แต่ ระบบ    จะทำให้นาย A เลือกได้เพียงมหาวิทยาลัยเดียวเท่านั้น จ้า
ระบบนี้ข้อดีคือ  จะได้ทราบว่า แต่ละมหาวิทยาลัยเหลือที่ว่างจริง ๆ เท่าไร  เพราะหลังจากเสร็จรับตรงแล้วแต่ละมหาวิทยาลัย ก็จะส่งข้อมูลว่าเหลือที่ว่างเท่าไร จะได้นำที่ว่างนี้ไปคัดเลือกใน ระบบ Admissions กลางต่อไปจ้า
ปล ข้อดีอีกข้อคือ บางคนติดหลายที่ และ ไปยืนยันสิทธ์หลายที่ทำให้เสียเงินเยอะมาก  แต่พอมีระบบนี้ขึ้นมาจะช่วยให้เราประหยัดเงินไปได้เยอะ
โดยระบบ Clearing House จะให้นักเรียนยืนยันสิทธ์ประมาณช่วงเดือน มีนาคมครับ

รับตรง Clearing House   !!?
ตอบ  มหาวิทยาลัย หลายแห่งใช้ ชื่อโครงการว่ารับตรงว่า    รับตรง Clearing House    สรุปแล้วมันคือชื่อโครงการรับตรงของแต่ละมหาวิทยาลัยนะครับ  การตั้งชื่อโครงการแบบนี้อาจจะทำให้หลายคนสับสน  รูปตัวอย่างผมนำมาจากรับตรงของ บางมดนะครับ
ปล เมื่อก่อนจะมีหลายมหาวิทยาลัยตั้งชื่อแบบนี้ แต่ปัจจุบันมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เริ่มเปลี่ยนชื่อเพื่อให้ไม่สับสนแล้วครับ


มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมระบบ Clearing House
ปล รายชื่ออาจจะเปลี่ยนแปลงได้นะครับ เพราะอันนี้เป็นข้อมูลเก่า

1.
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (www.chula.ac.th)
2.
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (www.ku.ac.th)
3.
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (www.cmu.ac.th)
4.
มหาวิทยาลัยทักษิณ (www.tsu.ac.th)
5.
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (www.kmutt.ac.th)
6.
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (www.sut.ac.th)
7.
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (www.tu.ac.th)
8.
มหาวิทยาลัยนครพนม (www.npu.ac.th)
9.
มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (www.pnu.ac.th)
10.
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (www.mja.ac.th)
11.
มหาวิทยาลัยมหิดล (www.mahidol.ac.th)
12.
มหาวิทยาลัยศิลปากร (www.su.ac.th)
13.
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (www.swu.ac.th)
14.
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (www.psu.ac.th)
15.
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (www.ubu.ac.th)
16.
กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย
17.
สถาบันพระบรมราชชนก
18.
วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย



หลังจากที่น้อง ๆยื่นยันสิทธ์แล้ว ก็จะถูกส่งชื่อเพื่อตัดสิทธ์ Admissions กลางนะครับ


มหาวิทยาลัยที่ส่งรายชื่อตัดสิทธ์ Admissions 
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
มหาวิทยาลัยทักษิณ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยนเรศวร
มหาวิทยาลัยนครพนม
มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
มหาวิทยาลัยบูรพา
มหาวิทยาลัยพะเยา
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
มหาวิทยาลัยมหิดล
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
มหาวิทยาลัยศิลปากร
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

แม้บางมหาวิทยาลัยจะไม่ได้เข้าร่วม Clearing House
แต่ก็ส่งรายชื่อเพื่อตัด Admissions กลางนะครับ
 ราชภัฏ   ราชมงคล และเอกชน จะไม่ตัดสิทธ์ Admissions 


เกณฑ์คัดเลือก Admissions 2557
วันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผมได้ไปประชุมเรื่องประกาศผล Admissions 2556  และก็ได้ข้อมูลเกณฑ์ Admisisons 2557 มาจาก สอท ให้น้องได้รู้ และได้เตรียมตัวกัน โดยเฉพาะ คณะทันตแพทย์ ปี 2557 ใช้ PAT1 ด้วย
ทุกกลุ่มสาระ ยังคง GPAX 20% และ O-NET 30%
กลุ่มที่ 1 วิทยาศาสตร์สุขภาพ 
สัตวแพทยศาสตร์ สหเวชศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ วิทยาศาสตร์การกีฬา GAT 20% PAT2 30%
เภสัชศาสตร์ ,GAT 10% และPAT2 40%
ทันตแพทย์  GAT 30%   PAT2 20%   เปลี่ยนเป็น  GAT 20% PAT2 20% และ PAT1 10%
พยาบาล  GAT 30%   PAT2 20%   เปลี่ยนเป็น GAT 20%   PAT2 30%


กลุ่มที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพและชีวภาพ ปรับสาขา วิทยาศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ
  GAT 10% ,PAT1  10%
และPAT2 30%
สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ  GAT 10% ,PAT1 20% และ PAT2 20%


กลุ่มที่ 3 วิศวกรรมศาสตร์   ใช้  GAT 15%, PAT2 15% , PAT 3 20%


กลุ่มที่ 4 สถาปัตยกรรมศาสตร์    ใช้ GAT 10%  PAT4  40%


กลุ่มที่ 5 เกษตรศาสตร์ ปรับสาขา เกษตรศาสตร์ อุตสาหกรรมการเกษตร วนศาสตร์ เทคโนโลยีการเกษตร  GAT 10% และPAT1 10% และPAT2 30%


กลุ่มที่ 6 พาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี เศรษฐศาสตร์ การท่องเทียว
- พาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี บริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์  GAT 30% PAT1  20%
- ท่องเทียว รูปแบบ 1  GAT 50 %
-
ท่องเทียว รูปแบบ 2  GAT 40%   PAT7   10%


กลุ่มที่ 7 ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ พลศึกษา สุขภาพ 
รูปแบบที่ 1 GPAX 20%, O-NET 30% ,GAT 20% และPAT5 30%
รูปแบบที่ 2 GPAX 20% , O-NET 30% ,GAT 10% และPAT5 20%
และต้องเลือกสอบ PAT 1/2/3/4/6/7 วิชาใดก็ได้ 1 วิชา 20%


กลุ่มที่ 8 ศิลปกรรมศาสตร์ ปรับ สาขา วิจิตรศิลป์ ศิลปะประยุกต์ ดุริยางศิลป์ นาฎศิลป์ ศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ และศิลปะการออกแบบหัตถอุตสาหกรรม GPAX 20% , O-NET 30%, GAT 10% และเลือกสอบPAT4 หรือ 6 เพียง 1 วิชา 40%


กลุ่มที่ 9 มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขา นิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ อักษรศาสตร์ ศิลปะศาสตร์ มนุษยศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ สังคมวิทยา สังคมสงเคราะห์ศาสตร์

ปรับพื้นฐานวิทยาศาสตร์   GAT 30% และPAT1 20%
พื้นฐานศิลปศาสตร์ รูปแบบที่ 1 ไม่มีการปรับเปลี่ยน  ( ใช้ GAT 50% )
พื้นฐานศิลปศาสตร์รูปแบบที่  2  GAT 30% และPAT7 20%
> สรุปคือ 2556 มา 2557 เปลี่ยนแค่ ทันตแพทย์ และ พยาบาลนะครับ แต่ต้องรอดู ระเบียบการจริง Admissions 2557 รายคณะอีกครั้ง เช่น คณะครุศาสตร์ยังอาจจะเปลี่ยนแปลงสัดส่วน จาก GAT PAT5 มาใช้  PAT อื่นๆปฏิทินรับตรง 


กสพท 2558
น่าจะใช้หลักเกณฑ์เดิม ของปี 2557 นะครับ คือต้องสอบ วิชาเฉพาะแพทย์ และ 7 วิชาสามัญ




จุฬาฯ
จุฬาจะแบ่งการรับ เป็น 3 แบบ 
1
รับตรงแบบปกติ  นะโดย จะใช้คะแนน GAT-PAT และ 7 วิชาสามัญ ไม่ใช้ GPAX
สำหรับคณะวิทยาศาสตร์จะให้เลือกใช้ 7 วิชาสามัญ หรือสอบ CU-Science  แนะนำให้สอบ CU-Science ข้อสอบง่ายกว่าและสามารถสอบได้หลายครั้ง 
โดยรับตรง แบบปกตินี้ จะเป็นการเลือก แบบ 4 อันดับ เหมือนระบบแอดกลางเลยนะครับ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 นี่จะเริ่มรับแยกกัน   คณะรัฐศาสตร์ คณะครุศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ และคณะนิเทศศาสตร์ ผู้สมัครสามารถเลือกได้ 4 อันดับ    คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี  นิติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิศวะ เศรษฐศาสตร์ จะสามาเลือกได้เพียง 1 อันดับเท่านั้น
2 รับตรงแบบพิเศษ   มีการกำหนดกฎต่างๆ เช่นเป็นเด็กกิจกรรม เป็นเด็กโอลิมปิก ที่คนสนใจกันเยอะ คือ จุฬาชนบท และ  สอบตรง แพทย์ชนบทจ้า ( รับสมัครช่วงเดือน  สิ่งหา ถึงกันยายน ) เว็บหลักคือ http://acad.md.chula.ac.th/  
3 รับตรง นานาชาติ อันนแนะนำก่อนเลย ให้ลงสอบ  พวก  Cu-TEp   CU-AA  CU-Sci  แล้วแต่คณะและสาขาที่น้อง จะเข้าครับ  และยังใช้ คะแนน  TOEFL  IELTS  ( แต่พวกนี้แพงมาก แนะนำให้สอบ CU-TEP )http://www.atc.chula.ac.th
เว็บไซต์หลักการรับสมัคร http://www.admissions.chula.ac.th/


มหาวิทยาลัยมหิดล
ระบบโควตาเพื่อชาวชนบท
โดยจะเป็นโครงการ โครงการผลิตแพทย์เพื่อชนบทและโครงการกระจายแพทย์หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน และโครงการผลิตทันตแพทย์เพื่อชาวชนบท โดยทางมหิดลจะจัดสอบเองนะครับ 
ระบบโควตา
โดยโครงการในระบบโควตานี้จะมีเยอะมากเลยครับ เช่นโควตาพื้นที่  โควตาวิทยาเขต โควตาโครงการพิเศษ โควตาโอลิมปิกวิชาการ แต่ที่ทุกคนสามารถสมัครก็คือ โควตาโครงการส่งเสริมความถนัดทางวิชาชีพ โดยเป็นโครงการที่ส่งเสริมและขยายโอกาสให้แก่นักเรียนที่กำลังศึกษาในชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนทั่วประเทศที่มีความมุ่งมั่นและสนใจจะเข้าศึกษาในคณะที่เลือกสมัครอย่างแท้จริง ทั้งนี้จะต้องมีในศักยภาพในสาขานั้น เพื่อจะได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ มี 30หลักสูตร จำนวนรับ 1,81 คน   แต่ว่าโครงการนี้จะกำหนด gpax ขั้นต่ำในการสมัครนะครับ 
สำหรับระบบโควตานี้ น้องๆต้องสอบ 7 วิชาสามัญที่จัดสอบโดยสทศ ช่วงเดือนมกราคม ของทุกปีครับ
ระบบรับตรงโดยคณะ
ทางคณะจะดำเนินการรับสมัครเอง  เช่น  คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ  ,  คณิตศาสตร์ประกันภัยภาคภาษาอังกฤษ , วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล MUIC , วิทยาลัยศาสนศึกษา วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา
แนะนำให้เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mahidol.ac.th/quota2012/index.html


มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
โครงการรับตรง
โดยโครงการนี้จะเป็นโครงการที่คนส่วนใหญ่สามารถสมัครได้นะครับ โดยจะมีคณะดังๆเปิดรับเกือบทุกคณะจ้า
การคัดเลือกโดยใช้คะแนนจากการสอบข้อสอบกลางของ สทศ.
1) GAT PAT
ได้แก่
คณะวิศวกรรมศาสตร์ (PAT1 , PAT3)
คณะทันตแพทยศาสตร์ (GAT , PAT1 , PAT2)
คณะพยาบาลศาสตร์ (GAT , PAT2)
2)
วิชาสามัญใด ๆ ใน 7 วิชา ได้แก่
คณะสหเวชศาสตร์ (ใช้ 6 วิชา ภาษาไทย อังกฤษ คณิตศาสตร์ เคมี ชีววิทยา และ
ฟิสิกส์) และคะแนน GAT , PAT2 ประกอบการสัมภาษณ์แต่ไม่ใช้ในการคัดเลือก
การคัดเลือกโดยการจัดสอบเอง และ GAT/PAT ได้แก่
คณะนิติศาสตร์ (GAT)
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เฉพาะสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ (GAT , PAT1 , PAT2)
คณะศิลปกรรมศาสตร์
สาขาวิชาการละคอน (GAT)
สาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ (GAT , PAT6)

การคัดเลือกโดยการจัดสอบเอง ได้แก่
คณะรัฐศาสตร์
คณะเศรษฐศาสตร์
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง
คณะสาธารณสุขศาสตร์
สถาบันเทคโนโลยีนานาชาตสิรินธร (หลักสูตรนานาชาติ)
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การคัดเลือกโดยการใชค้ ะแนน Smart-I ได้แก่ คณะพาณชิยศาสตร์และการบัญชี 

โครงการขยายโอกาสทางการศึกษารายละเอียดพวกเกณฑ์การับสมัครอื่นๆ ลองโหลดระเบียบการปีก่อนนะครับ  http://web4.reg.tu.ac.th/registrar/_link/_4_admission/2555/BA/55_direct_all.pdf
โครงการชนบท / ในเขตเมือง สำหรับน้องๆที่มีฐานะยากจน จะมีทุนให้ด้วย  
โครงการ  มหาดไทย จัดส่งนักศึกษาชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม จังหวัดชายแดนภาคใต้
โครงการ สอวน
โครงการ  CPIRD - ODOD
เข้าไปอ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์หลักเลยจ้า  http://web4.reg.tu.ac.th/registrar/home.asp

รับตรงดำเนินการโดยคณะ
จะมีโครงการที่ดำเนินการจัดการสอนด้วยตัวเองเช่น
โครงการวิศวกรรมไฟฟ้าอุตสาหการ
โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์
โครงการรัสเซียศึกษา คณะศิลปศาสตร์
โครงการคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา หลักสูตรการวิจัยทางสังคม