วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เตรีมตัวสอบสัมภาษณ์



สวัสดีค่ะน้องๆ เด็กแอดฯทุกคน วันนี้เราจะมาเจาะลึกการสอบสัมภาษณ์ในสนามแอดมิชชั่นกันค่ะ เพื่อให้น้องๆ เตรียมตัวให้พร้อม ทั้งคำถาม บุคลิก ลักษณะการตอบ และการเอาตัวรอดถ้าเจอคำถามชวนอึ้ง ทึ่ง เสียว ทั้งหมดนี้ จะมาเจาะลึกกันที่นี้ พร้อมแล้วไปกันเลยค่ะ
เจาะลึก!! เทคนิคสัมภาษณ์แอดฯกลาง 57 (ไม่ให้ตกสัมภาษณ์)
            เริ่มกันตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านเลยแล้วกันค่ะ ก่อนจะออกจากบ้านรีเชคตัวเองกันซะหน่อยว่าลืมของอะไรรึเปล่า เพราะช่วงนาทีเร่งด่วนยามเช้า โดยเฉพาะวันสัมภาษณ์นั้น มหาวิทยาลัยและสถาบันที่ทำการสอบสัมภาษณ์ รถติดและคนมหาศาลแน่ๆ ค่ะ ไม่อยากเสียเวลาจนอาจจะทำให้เสียโอกาสก็เชคอุปกรณ์กันให้ครบ หลักๆ มีดังนี้ค่ะ
  • เอกสารที่ทางมหาวิทยาลัยหรือสถาบันต้องการ เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาระเบียนการศึกษา สำเนาประกาศนียบัตรทางการศึกษา สำเนาเอกสารการเปลี่ยนชื่อ – สกุล ฯลฯ หรือเอกสารที่เป็นตัวจริงต่างๆ เตรียมไว้ให้พร้อมนะคะ เราไม่รู้ว่าที่ที่เราจะไป มีเครื่องอำนวยความสะดวกมากน้อยแค่ไหน เตรียมไปให้ครบดีที่สุด
  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • รูปถ่าย
  • ผลงาน/ แฟ้มแสดงผลงาน
  • เครื่องแต่งกาย
  • อุปกรณ์เครื่องเขียน ปากกา ดินสอ ยางลบ ไม่บรรทัด ลิคิวดเปเปอร์ ฯลฯ ห้ามลืมๆ
เจาะลึก!! เทคนิคสัมภาษณ์แอดฯกลาง 57 (ไม่ให้ตกสัมภาษณ์)
            ความประทับใจเริ่มต้นตั้งแต่วินาทีแรกของการเจอกันจริงมั้ยค่ะ อย่าลืม “สติ” ค่ะ จะได้พร้อมกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น แล้วก็มั่นใจเดินเข้าไปเลยค่ะ ความมั่นใจแสดงออกได้ด้วยท่าทางและบุคลิค  การแสดงออกทางแววตา และรอยยิ้มตั้งแต่แรกที่เข้าไปสำคัญมาค่ะ ยิ้มเข้าไว้นะ
  • การนั่งสัมภาษณ์
            เมื่อเดินเข้ามาแล้ว อย่าลืมยกมือไหว้ท่านกรรมการทุกท่าน ถ้ากรรมการไม่เชิญให้นั่งแต่มีเก้าอี้สำหรับนั่ง ก็ขออนุญาตแล้วก็นั่ง พร้อมกล่าวขอบคุณ แล้วก็เริ่มการสัมภาษณ์ได้เลย อ่อ อย่าลืม นั่งตัวตรงด้วยนะคะ บุคลิค ท่องไว้ๆ
  • การยืนสัมภาษณ์
            คล้ายๆ กับนั่งแหละค่ะ เพียงแต่ต้องจัดระเบียบท่ายืนตัวเองมากกว่าค่ะ เพราะกรรมการเห็นเราทั้งตัว ดังนั้น การยืนต้องเก็บมือ ยืนตัวตรง มั่นใจเข้าไว้นะจ๊ะ ยกมือไหว้กรรมการ แล้วก็เริ่มการตอบคำถามเลย
 
เจาะลึก!! เทคนิคสัมภาษณ์แอดฯกลาง 57 (ไม่ให้ตกสัมภาษณ์)
            เนื่องจากต้องเจอคำถามที่ไม่ทราบล่วงหน้า ดังนั้น พี่เมษ์ขอยกตัวอย่างคำถามสุดฮิต ที่คิดว่าต้องเจอแน่ๆในห้องสอบสัมภาณ์มาให้น้องๆได้ซักซ้อมสำหรับเตรียมตัวเผื่อเอาไว้ก่อนสัมภาษณ์ จะได้คิดไว้ล่วงหน้าว่าจะตอบอะไร

  • แนะนำตัว
            เป็นสิ่งแรกที่กรรมการถามแน่ๆ น้องๆก็แนะนำทั่วไปเลยค่ะ ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น โรงเรียน กิจกรรมที่เคยเข้าร่วม(เพื่อแสดงความสามารถไง เอาเด่นแบบ ฟังปุ๊บ อุ๊ย เด็กคนนี้น่าสนใจจัง) ประมาณนี้แหละค่ะ
  • เคยทำกิจกรรมบ้างหรือไม่ เป็นอย่างไรบ้าง
            เป็นอีกหนึ่งคำถามที่อาจจะเจอภในห้องสอบสัมภาษณ์ เพื่อให้น้องๆ แสดงความโดดเด่น เด้งป๊อป ถ้าน้องๆ ไม่ใช่คนที่ทำกิจกรรมเยอะๆ ต้องเตรียมตัวสำหรับคำถามนี้แล้วล่ะ อาจจะใช้คำว่าเคยเข้าร่วมกิจกรรมอะไรมาบ้าง เพื่อตอบคำถามนี้ค่ะ
  • อันดับที่เท่าไหร่มีความหมาย
            ถ้าเป็นการติดในคณะอันดับ 1 ที่น้องเลือก การตอบคำถาม คงไม่ยากเกินไป แต่ถ้าน้องๆ ไม่ได้เลือกคณะนี้เอาไว้เป็นอันดับ 1 ก็ต้องหาคำตอบว่า ทำไมถึงเลือกคณะนี้เอาไว้ด้วย โดยเฉพาะ ถ้าเป็นคณะที่แตกต่างออกมา เช่น ใน 4 อันดับ เลือกนิเทศฯ ไปซะ 3 แล้วดันไปติดในคณะบัญชีฯ ที่แตกต่างออกมา ต้องเตรียมคำตอบให้ดีนะว่าเพราะอะไร
  • ชอบคณะนี้ตรงไหน  / ทำไมถึงอยากเรียนคณะนี้
            ทุกๆ อันดับที่น้องเลือกมีเหตุของการเลือกแต่ต้องเตรียมคำตอบให้สั้น กระชับและน่าสนใจ เช่น ถ้าเลือกครุศาสตร์ อย่าตอบแค่ว่าอยากเป็นครูนะคะ ควรอธิบายคำตอบด้วย เช่น คิดว่าเรื่องการศึกษาเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนา การเรียนจบจากคณะนี้จึงเหมือนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและเยาวชน ,,, ดูนางงามนะคะ แต่ จำเป็น!
  • รู้ไหมว่าคณะนี้เรียนเกี่ยวกับอะไร
            เป็นคำถามที่อาจจะเจอในการสอบสัมภาษณ์ ดังนั้น เมื่อประกาศผลแล้ว อย่างแรกที่ควรทำคือเข้าเว็บไซต์ของคณะ ดูหลักสูตรที่น้องๆเข้าไปเรียน เพื่อจะได้บอกว่า ทราบมาว่ามีการเรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง และจะดีแค่ไหนนะที่น้องๆบอกว่าสนใจวิชาไหนเป็นพิเศษ แป็นการแสดงความสนใจ ใส่ใจ และตั้งใจที่จะเรียนในคณะนี้ สาขานี้จริงๆ
  • ทำไมถึงเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้
            เป็นคำถามเชคทัศนะคติที่มีเกี่ยวกับสถาบัน ความคาดหวังคำตอบย่อมอยากได้ยินทางบวกค่ะ ดังนั้น ตอบให้แสดงถึงความภาคภูมิใจที่มีต่อสถาบัน แต่ต้องดูไม่เฟคนะคะ ตอบให้ดีค่ะ
  • คิดว่าทำไมถึงควรได้รับการรับเลือก / หากไม่ให้ผ่าน จะเป็นอย่างไร
            ถึงจะเป็นการสัมภาษณ์ที่ไม่มีการปรับตก (ยกเว้นกรณีที่คุณสมบัติไม่ครบ) คำถามนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ค่ะ เพื่อดูการตอบของน้องๆ ขอบอกเลยว่า ถ้าเจอคำถามกดดันแบบนี้ ขอให้ยิ้มก่อน เพื่อเบรคเกม และแสดงให้รู้ว่า เราพร้อมจะตอบคำถาม แล้วก็ค่อยๆตอบค่ะ อย่าใช้อารมณ์เหวี่ยงเด็ดขาด อ่อ อย่าลืมแสดงให้เห้นด้วยว่า เราเตรียมพร้อม ถ้าไม่ผ่านก็มีแผนสำรองนะคะ
  • เรียนหนักนะ จะเรียนไหวเหรอ
                ต้องใช้ไหวพริบตอบนะคะ ตอบได้สองทางคือ 1. มั่นใจ เพราะชอบมาก หรือเป็นคนตั้งใจมาก (ถึงปกติจะไม่ตั้งใจก็เถอะ 55 ) กับ 2. ยังไม่มั่นใจมาก แต่เชื่อว่าตนเองมีความพยายามมากพอ แต่คำตอบ ไม่ว่าจะตอบอย่างไร แนวไหน ก้ขอให้บอกด้วยว่า จะเรียนได้แน่นอน
  • มีอะไรจะถามรึเปล่า
            อาจจะแสดงความสนใจเพิ่มเติม เช่น คณะนี้มีเรียนเป็นภาษาอังกฤษเยอะหรือเปล่า , มีหนังสือ หรือเอกสารอะไรที่เหมาะสำหรับเตรียมตัวแนะนำให้อ่านก่อนเข้าเรียนหรือไม่ ,  มีคำแนะนำสำหรับการเรียนในรายวิชาไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า ฯลฯ ซึ่งแปลความได้ว่า น้องตั้งใจ และใส่ใจเรียนมากจริงๆนะ >///<
  • Portfolio จำเป็นหรือไม่?
            ถ้าเป็นการรับตรง จำเป็นแน่นอน แต่นี่สนามสอบแอดมิชชั่นกลางแล้ว ไม่มีก็ได้ค่ะ แต่ถ้ามีก็เป็นการแสดงความโดดเด่น และมีเรื่องให้พูดคุยกับกรรมการสอบสัมภาษณ์มากขึ้นค่ะ
  • เจอคำถามที่ตอบไม่ได้ / ไม่รู้
            เมื่อไม่รู้แต่ต้องตอบ ทักษะการเอาตัวรอกดและคุมสติต้องมาค่ะ!! ขอให้ตั้งสติ แล้วบอกไปเลยว่า ยังไม่แน่ใจ แต่หากได้เป้นนิสิต หรือนักศึกษาของที่นี่ จะรีบหาคำตอบมาให้ค่ะ แล้วอย่าลืมหาคำตอบด้วยนะคะ ถ้าเจออาจารย์ที่เป็นกรรมการครั้งต่อไป ก็อย่าลืมตอบท่านด้วยล่ะ
 
เจาะลึก!! เทคนิคสัมภาษณ์แอดฯกลาง 57 (ไม่ให้ตกสัมภาษณ์)
            ขอเตือนจุดที่พลาดกันบ่อยๆ เลยดีกว่าค่ะ เอาทีละข้อแบบจะๆ เน้นๆ เคลียร์ๆ เลยนะคะ ขอร้องกันแบบตรงๆ ขอให้น้องๆ....
  • ไม่ออกอาการแร๊ง : ออกอาการแร๊งเกินไป มั่นไปก็ดูไม่มีมารยาท และดูเกินเด็กนะคะ ต้องเบรคอย่างด่วน ถึงปกติจะแร๊ง ก็ขอร้องให้ซอฟท์ลงไว้สัก 1 วัน
  • มั่นใจ แต่อ่อนน้อม : ไม่แรงแล้ว แต่ก็ไม่ใช่นุ่มนิ่มจนไม่มีความมั่นใจ ความมั่นจงคงไว้นะคะ แต่อ่อนน้อมลง ทำตัวน่ารักสมวัยนั่นเองค่ะ
  • แจกรอยยิ้มจริงใจ : ยิ้มจากปาก กับยิ้มจากใจต่างกัน แต่ถ้าตื่นเต้นมากๆ จนยิ้มแล้วดูฝืน จะแนะทริคให้ เค้าบอกว่าตาคือหน้าต่างของหัวใจ ดังนั้น ยิ้มแล้มทำตาหยีสระอิไปเลยค่ะจะได้ปิดบังแววตาตื่นเต้น หรือให้คิดในใจว่า “อะฮิ” เหมือนหัวเราะ จะได้ยิ้มแล้วดูจริงใจ
  • สบตากรรมการ : เคยคุยกับใครแล้วเค้าไม่ยอมสบตาเรามั้ยค่ะ เราจะรู้สึกยังไง ก็เหมือนกันแหละค่ะ การสบตา ทำให้กรรมการเห็นพลัง และความมั่นใจ ใช้สายตาให้เป็นประโยชน์ เข้าไว้ จะเรียกว่าจิกตาก็ได้ แต่เป็นการจิกอย่างเป็นมิตรนะ
  • จัดการท่ายืน ท่านั่ง ท่าเดิน นางงามเอาไว้ : สมมติว่าเดินเข้าไปในคณะ ยิ้มเข้าไว้ค่ะ เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าไหนรุ่นพี่ ไหนผู้บริหาร ไหนอาจารย์ การแจกยิ้มทำให้ดูเป็นคนน่าคุยด้วย น่าเข้าหา ท่าเดิน ท่ายืน ท่านั่ง สำรวมค่ะ ท่องว่าวันนี้ รับบทเป็นนางงาม เป็นนายงามกันสักหนึ่งวัน เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่าตอนที่เราทำอะไรแย่ๆ ใครจ้องเราอยู่บ้าง
  • การแต่งกาย : สังคมอาจจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ตามแฟชั่น แต่ขอร้องว่า ชุดนักเรียน เรียบร้อย เป็นชุดที่ขลังดูแล้วมีสง่า ภูมิใจในโรงเรียนของตัวเองเถอะค่ะ คงมีอีกไม่กี่ครั้งที่น้องๆ จะได้ใช้ชุดนี้ ขอให้แต่งตัวให้เรียบร้อยเข้าไว้นะคะ ส่วนรายการเจาะหูหลายรู เจาะจมูก แต่งหน้าจัด รออีกสักนิดนึงนะ เดี๋ยวได้ปลดปล่อยเต็มที่แน่นอน อดใจนิดนึง

            เอาเป็นว่า ทั้งหมดนี้ น่าจะครอบคลุมการสอบสัมภาษณ์สำหรับน้องๆแล้ว ที่เหลือก็แค่ฝึกซ้อมค่ะ การสอบสัมภาษณ์เป็นอีกหนึ่งบทเรียนของน้องๆ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเตรียมตัวทั้งบุคลิก ท่าทาง เอกสาร และคำถาม หวังว่าน้องๆคงใช้เวลาที่มีอยู่หลังประกาศผล ดีใจ และเตรียมตัวให้พร้อมนะคะ ,,, ขอให้โชคดีค่ะทุกคน 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น